เริ่มต้น ฿58,900.00
จองเดี๋ยวนี้

ออสเตรีย เยอรมนี ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ 9 วัน 6 คืน โดยสายการบินเอมิเรตส์ (EK)

Created with Sketch. Vienna, Austria
Not Rated

รหัสทัวร์

___

สายการบิน

___

Created with Sketch.

ระยะเวลา

9 วัน 6 คืน

Created with Sketch.

ขนาดกรุ๊บ

36 คน

ภาพรวม

ออสเตรีย เยอรมนี ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ 9 วัน 6 คืน โดยสายการบินเอมิเรตส์ (EK) รายการทัวร์แนะนำเดินทางโดยสารการบินที่ได้รับรางวัลอันดับ 1 ของโลก บินด้วยเครื่องอันทันสมัย  ชื่นชมกับความงามของพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) ที่วิจิตรตระการตา เยือนหมู่บ้านริมทะเลสาบ ฮัลลสตัทท์ เข้าชมความสวยงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) เมืองกอลมาร์ (Colmar) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการอนุรักษ์เมืองให้คงบรรยากาศของเมืองโบราณ จนได้รับสมญานามว่า “Little Venice”  เยือนเมืองชาฟเฮาเซ่น เพื่อชม น้ำตกไรน์ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป  เที่ยวเมืองยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ลูเซิร์น (Luzerrn) ** พิชิต 2 เขา ยอดเขาริกิ และ ยอดเขาจุงฟราวด์ **

ดูเพิ่ม

ไฮไลท์

  • ชื่นชมกับความงามของพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) ที่วิจิตรตระการตา
  • เข้าชมความสวยงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle)
  • เมืองกอลมาร์ (Colmar) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการอนุรักษ์เมืองให้คงบรรยากาศของเมืองโบราณ จนได้รับสมญานามว่า “Little Venice”
  • เยือนเมืองชาฟเฮาเซ่น เพื่อชม น้ำตกไรน์ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป
  • เที่ยวเมืองยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ลูเซิร์น (Luzerrn)
  • ** พิชิต 2 เขา ยอดเขาริกิ และ ยอดเขาจุงฟราวด์ **

โปรแกรมเดินทาง

ขยายทั้งหมด
วันที่ 1 กรุงเทพ

20.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 8 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

วันที่ 2 กรุงเทพฯ – ดูไบ – เวียนนา – พระราชวังเชินบรุนน์

01.35 น. ออกเดินทางสู่ออสเตรีย โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบิน EK 385
** คณะเดินทางวันที่ 16 ต.ค. 62 ออกเดินทางด้วยเที่ยวบิน EK 371 เวลา 02.25 น. และถึงดูไบ เวลา 05.35 น. **
04.45 น. ถึงสนามบินดูไบรอเปลี่ยนเครื่อง
08.55 น. ออกเดินทางต่อสู่กรุงเวียนนา ด้วยเที่ยวบิน EK 127
12.55 น. ถึงสนามบินกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 6 ชั๋วโมงในวันที่ 27 ตุลาคม 2562) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นนำเข้าชมความงดงามของพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) แห่งราชวงศ์ฮัปสเบิร์ก ซึ่งมีประวัติการสร้างมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และต่อมาพระนางมาเรีย เทเรซ่า ให้สร้างขึ้นใหม่อย่างสง่างามด้วยจำนวนห้องถึง 1,441 ห้องในระหว่างปี ค.ศ.1744-1749 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ชมความโอ่อ่าของท้องพระโรงและพลับพลาที่ประทับ ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งสวยงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส ผ่านชมถนนสายวงแหวน (Ringstrasse) ที่แวดล้อมไปด้วยอาคารอันงดงามสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ผ่านชมโรงละครโอเปร่า ที่สร้างขึ้นในระหว่างปีค.ศ.1863-1869 แต่ตัวอาคารได้ถูกทำลายไปในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และเปิดใหม่อีกครั้งในปีค.ศ.1955, ผ่านพระราชวังฮอฟเบิร์ก (Hofburg Palace) ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารที่เคยเป็นที่ประทับของราชสำนักฮัปสบูร์ก มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 จนถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 จากนั้นนำชมบริเวณรอบนอกโบสถ์สเตเฟ่นส์ (St. Stephen’s Cathedral) สัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา ซึ่งพระเจ้าคาร์ลที่ 6 โปรดให้สร้างขึ้นในปีค.ศ.1713 เพื่อเป็นการแก้บนต่อความทุกข์ยากของประชาชน จากนั้นเชิญช๊อปปิ้งสินค้าเครื่องแก้วสวาร็อฟสกี้ หรือสินค้านานาชนิด อาทิเช่น Louis Vitton,Gucci, ร้านนาฬิกา Bucherer ,สินค้าเสื้อแฟชั่นวัยรุ่นทันสมัย เช่น Zara ,H&M ฯ9ฯ และสินค้าของฝาก เช่น ช๊อคโกแลตโมสาร์ท หรือในย่านถนนคาร์นท์เนอร์ (Karntnerstrabe) ใจกลางกรุงเวียนนา

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก SENATOR หรือเทียบเท่า

วันที่ 3 เวียนนา – ฮัลสตัท – ฟุซเซ่น

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
ออกเดินทางสู่ ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย อายุกว่า 4,500 ปี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจีสวย งามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรีย และเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO Cultural-Historical Heritage เพียงเดินเที่ยวชมเมืองเสมือนหนึ่งท่านอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย เดินทางสู่ เมืองฟุสเซ่น (Fussen) เป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่ครั้งจักรวรรดิโรมัน เป็นที่ตั้งปราสาทของกษัตริย์บาวาเรีย ล้อมรอบไปด้วยทะเลสาบน้อยใหญ่ที่มีความงดงามทางด้านทัศนียภาพ เป็นเมืองสุดท้ายบนถนนสายโรแมนติกที่เคยมีความรุ่งเรืองในอดีตตั้งแต่ยุคโรมัน และได้ใช้เมืองนี้เป็นจุดแวะพักขนถ่ายสินค้า และซื้อขายเกลือมาแต่โบราณ

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก EURO PARK หรือเทียบเท่า

วันที่ 4 ฟุซเซ่น – ปราสาทนอยชวานสไตน์ – โดเนาเอส์ชินเกน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านสู่เมืองโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) เมืองเล็กๆที่สวยงามบริเวณเขตชายแดนของประเทศเยอรมนีและออสเตรีย เพื่อนำท่านเดินทางขึ้นปราสาทชมความสวยงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) นำชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดุจปราสาทในเทพนิยาย ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 หรือ เจ้าชาย หงส์ขาว ชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆ ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามด้วยการออกแบบของริชาร์ด ว้ากเนอร์ ซึ่งเป็นนักประพันธ์เพลงที่ทรงโปรดปรานยิ่ง
(หากคณะไม่สามารถเข้าชมปราสาทนอยชวานสไตน์ได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์คืนเงินหน้างานท่านละ 13 ยูโร)

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (ขาหมูเยอรมัน)
บ่าย นำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองโดเนาเอส์ชินเกน (Donaueschinge) เป็นเมืองที่อยู่ทางตอนใต้ในเขตป่าดำ และเป็นเมืองต้นกำเนิดแม่น้ำดานูบ โดยชื่อแม่น้ำดานูบจะเรียกว่าแม่น้ำดูเนาว์ (Donau) ในภาษาเยอรมัน

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก WYNDHAM DONAUESCHINGEN หรือเทียบเท่า

วันที่ 5 โดเนาเอส์ชินเกน – ทิทิตเซ่ – กอลมาร์ – ริคเวียร์ – กองอีเชม – ไฟท์บรูก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองทิทิเซ่ เมืองริมทะเลสาปที่ตั้งอยู่ในเขตป่าดำ (Black Forest) นอกจากเป็นเมืองต้นกำเนิดของเค้กแบล็กฟอเรสต์รสเลิศแล้ว ทิติเซ่ ยังเป็นแหล่งผลิต นาฬิกากุ๊กกู ที่ดีที่สุดในโลก อิสระให้ท่านชมทัศนียภาพของทะเลสาบที่มีฉากหลังเป็นป่าสนอยู่บนภูเขา ที่เรียกว่า แบล็กฟอเรสต์ อันมีเหตุมาจากพื้นที่ป่ามีต้นสนปกคลุมอยู่มากจนแสงแดดไม่สามารถส่องทะลุเข้าไปข้างในป่าได้อย่างทั่วถึง ทำให้เมื่อมองจากที่ไกลๆ จะเห็นป่าเป็นแนวทะมึนทึบ อันเป็นที่มาของชื่อเรียก Black Forest หรือ ป่าดำ นั้นเอง ให้ท่านได้มีโอกาสเข้าชมโรงงานผลิตนาฬิกากุ๊กกู โดยลักษณะเด่นของนาฬิกากุ๊กกูจะต้องทำจากไม้สนแกะสลักถ่วงด้วยตุ้มน้ำหนัก มีฟังก์ชันการทำงานทั้งตีบอกเวลาบางเรือนมีนกร้อง กล่องดนตรี ตุ๊กตาเต้นรำ และคนเลื่อยไม้ อันเป็นอาชีพหลักของคนในหมู่บ้านทิทิตเซ่อีกด้วย ท่านสามารถเลือกซื้อของที่ระลึกจากโรงงานนาฬิกาได้ตามอัธยาศัย

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองกอลมาร์ (Colmar) ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของไวน์แห่งแคว้นอาลซัส (Capitale des Vins d’Alsace) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการอนุรักษ์เมืองให้คงบรรยากาศของเมืองโบราณ โดยเฉพาะในตัวเมืองเก่าที่เรียงรายไปด้วยเรือนไม้เก่าแก่ ร้านค้าสวยงาม โบสถ์ พิพิธภัณฑ์ คริสต์ศาสนสถาน และร้านค้าและที่อยู่ อาศัยที่คงสภาพเหมือนเมืองในยุคกลางได้อย่างดีสุดแห่งหนึ่งในประเทศ เมืองนี้มีคลองตัดไปมา จนได้รับสมญานามว่า “Little Venice” นำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารเซ็นต์มาร์ติน โบสถ์คาทอลิกเก่าแก่ขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นจากหินสีชมพูทั้งหลัง สร้างขึ้นในราวปี ค.ศ. 1234-1365 ถือเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดของเมืองกอลมาร์ สร้างด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่สวยงามโอ่อ่า นำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านอองกีเชม (Eguisheim) ประเทศฝรั่งเศส หมู่บ้านที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น อีกหนึ่งหมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส อีกทั้งยังเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของแคว้นอัลซาสอีกด้วย ท่านจะได้ชมชมความงดงามไปตามถนนก้อนกรวดอันคดเคี้ยวของหมู่บ้าน ตื่นตาไปกับความงดงามของเหล่าอาคาร บ้านเรือนที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นยุคกลางไว้เป็นอย่างดี ชมความเก่าแก่ของอาคารไม้โบราณที่แต่งแต้มด้วยสีสันสีสดใส ชมลานน้ำพุที่สร้างในแบบเรเนสซอง เดินทางต่อสู่เมืองริควีร์ (Riquewihr) เมืองในเส้นทางสายไวน์แห่งแคว้นอัลซาคที่มีชื่อเสียงในฝรั่งเศส นั่งรถผ่านชมบริเวณไร่องุ่นที่ปลูกกันตามแนวไหล่เขาที่ลดหลั่นไปมา ก่อนนำท่านเข้าไปเดินเล่นในตัวเมืองเก่าที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด แต่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสวยงาม บรรยากาศภายในหมู่บ้านจะคล้ายกับเดินเข้าไปเหมือนหลงอยู่ในเมืองแห่งเทพนิยาย เนื่องจากบ้านเกือบทุกหลังจะตกแต่ง และประดับประดาด้วยดอกไม้ ตุ๊กตาหรือของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่น่ารักๆเต็มไปหมด จากนั้นเดินทางสู่เมืองไฟร์เบริก์ (FREIBURG)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก STADT FREIBURG หรือเทียบเท่า

วันที่ 6 ไฟท์บรูก – น้ำตกไรน์ – อินเทอร์ลาเคน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองชาฟฟ์เฮาเซิน (Schaffhausen) ชมน้ำตกไรน์ (RhineFall) น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปสวยงามและตื่นตาตื่นใจ เกิดจาก แม่น้ำไรน์ทั้งสายไหลผ่านหน้าผากว้าง 150 เมตร จึงเป็นน้ำาตกขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป อิสระให้ท่านได้ชื่นชมความงามของน้ำตกและถ่ายรูปตามอัธยาศัย

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองอินเทอร์ลาเกน (Interlaken) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลสาบทูน (Lake Thun) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ และ มีความสำคัญประหนึ่งเมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอลันด์ มีภาพของยอดเขาจูงเฟราเป็นฉากหลัง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (ฟองดูร์ชีส)

ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก CITY OBERLAND หรือเทียบเท่า

วันที่ 7 อินเทอร์ลาเคน – ยอดเขาจุงฟราวด์ – ลูเซิร์น

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
ออกเดินทางสู่ เมืองกรินเดอวาลด์ (Grindelwald) เมืองตากอากาศที่สวยงามและยังเป็นที่ตั้งสถานีรถไฟขึ้นสู่ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) เเละเมื่อปี คศ.2001 องค์การยูเนสโกประกาศให้ยอดเขาจุงเฟรา เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป นำคณะนั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติ ขึ้นพิชิตยอดเขาจุงเฟราที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุตหรือ 3,454 เมตร ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาท่านจะได้ผ่านชมธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่จนถึง สถานีรถไฟจุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe) เข้าชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็งลึกถึง 30 เมตร

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา อาหารพื้นเมือง

บ่าย พาท่านชมวิวที่ ลานสฟิงซ์ (Sphinx Terrace) จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป ที่ระดับความสูงถึง 3,571 เมตร สามารถมองเห็นได้กว้างไกลที่ถึงชายแดนสวิส สัมผัสกับภาพของธารน้ำแข็ง Aletsch Glacier ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ยาวถึง 22 ก.ม.และหนาถึง 700 เมตร โดยไม่เคยละลาย นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา จากนั้นพาท่านชมสิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 ชมสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ (Reuss River) อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิส ตลอดแนวสะพาน จากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

ที่พัก เข้าสู่ที่พัก โรงแรม IBIS STYLES LUZERN CITY หรือเทียบเท่า

วันที่ 8 ลูเซิร์น – นั่งรถไฟไต่เขาริกิ – ซูก – สนามบินซูริค

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านวิทซ์นาว (Vitznau) จากนั้นนั่งรถไฟไต่เขาริกิ (Rigi) ที่ถือได้ว่าเป็นรถไฟไต่เขาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป และยังเป็นอันดับ 2 รองจากยอดเขาวอชิงตัน ในมลรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ในสหรัฐอเมริกา ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,797 เมตร ยอดเขาริกิ (Rigi Kulm) นี้มีที่มาจากคำว่า Mons Regina แปลได้ว่า ราชินิแห่งภูเขา(Queen of the mountains) เพราะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของยอดเขาอื่นๆ ได้รอบ 360 องศา ชมวิวแบบพาโนรามาโอบล้อมด้วยธรรมชาติของทะเลสาบ Luzern และ Zug โดยสถานที่แห่งนี้เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่อง “อย่าลืมฉัน” และ “รัตนาวดี” ด้วย ได้เวลาอันสมควรนำท่านลงจากเขา
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

บ่าย นำท่านลงจากเขาโดยการนั่งกระเช้า สัมผัสบรรยากาศของทิวทัศน์ที่สวยอีกเส้นทาง จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองซุก (Zug) เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบที่สวยงามราวกับเทพนิยายตั้งอยู่ทางภาคกลางตอนบนของประเทศ โดยนอกจากความสวยงามของทัศนียภาพแล้ว เมืองนี้ยังมีอัตราการเก็บภาษีที่ค่อนข้างต่ำจึงถือเป็นที่ตากอากาศที่นิยมของเหล่าเศรษฐี คนดังสำคัญระดับโลกมากมายมาเยือน ท่านอาจจะเห็นซูเปอร์คาร์จอดเรียงรายอยู่ 2 ข้างทาง จนเป็นเรื่องธรรมดาไปเลย นำท่านชมเมืองชมหอนาฬิกาเมืองซุก (Clock Tower) แลนด์มาร์กที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง ด้วยความสูงของหอถึง 52 เมตรและความโดดเด่น ของหลังคาซึ่งเป็นสีน้ำเงินขาวโดนเด่นตัดกับสีหลังคาสีน้ำตาลของบ้านเมืองสวยงามอย่างยิ่ง

16.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินซูริค เพื่อทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาช๊อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี (Duty Free) ภายในสนามบิน
22.15 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพ โดยเที่ยวบินที่ EK 86

วันที่ 9 ดูไบ - กรุงเทพ

06.25 น. ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ
09.40 น. ออกเดินทางต่อสู่กรุงเทพด้วยเที่ยวบินที่ EK 372
** คณะเดินทางวันที่ 16 ต.ค. 62 ออกเดินทางด้วยเที่ยวบิน EK 370 เวลา 08.45 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 18.15 น. **

19.15 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

รวม/ไม่รวม

  • 1 ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด ( Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
  • 2. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
  • 3. ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
  • 4. ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า (3 ดาว – 4 ดาว)
  • 5. ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  • 6. ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
  • 7. ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล (หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่)ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)** ลูกค้าท่านใดสนใจ...ซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมกับทางบริษัทได้ ** เบี้ยประกันเริ่มต้น 341 บาท [ระยะเวลา 4-6 วัน]เบี้ยประกันเริ่มต้น 395 บาท [ระยะเวลา 7-10 วัน] **ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 85 ปี ** [รักษาพยาบาล 2 ล้าน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]
  • 8. ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง (ไม่รวมทิปมัคคุเทศก์)
  • 9. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3 %
  • 1. ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
  • 2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 30 ก.ก.และมากกว่า 2 ชิ้น, ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น
  • 3. ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
  • 4. ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
  • 5. ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศเยอรมัน (ผู้ยื่นวีซ่าต้องชำระเงินตรงกับศูนย์ยื่นวีซ่าในวันยื่น เป็นจำนวนเงินโดยประมาณ 3,500บาท)
  • 6. ค่าทิปพนักงานขับรถ และไกด์ท้องถิ่น (15 ยูโร)
  • 7. ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย (27 ยูโร)

โลเกชั่นทัวร์

Created with Sketch. Vienna, Austria

รีวิว

0/5
Not Rated
อ้างอิงตาม 0 รีวิว
เยี่ยมยอด
0
ดีมาก
0
ระดับปานกลาง
0
แย่
0
แย่มาก
0
กำลังแสดง 1 - 0 ของ 0 ในทั้งหมด

เขียนรีวิว

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Created with Sketch.
เริ่มต้น ฿58,900.00

บริหารจัดการโดย

TTB Admin

เป็นสมาชิกตั้งแต่ 2018

239 รีวิว

คุณอาจสนใจ

Get Updates & More

Thoughtful thoughts to your inbox