เริ่มต้น ฿49,900.00
จองเดี๋ยวนี้

Wonderful Alsace and Beautiful Danube River เยอรมนี ฝรั่งเศส ออสเตรีย ฮังการี 9 วัน 6 คืน โดยสายการบินเอมิเรตส์ [EK]

Created with Sketch. Alsace, France
Not Rated

รหัสทัวร์

___

สายการบิน

___

Created with Sketch.

ระยะเวลา

9 วัน 6 คืน

Created with Sketch.

ขนาดกรุ๊บ

35 คน

ภาพรวม

Wonderful Alsace and Beautiful Danube River เยอรมนี ฝรั่งเศส ออสเตรีย ฮังการี 9 วัน 6 คืน โดยสายการบินเอมิเรตส์ [EK] บินโดยสายการบินอิมิเรตส์ สายการบินชั้นหนึ่งของโลก จากกรุงเทพ – ดูไบ – แฟรงก์เฟิร์ต เที่ยวเมืองไฮเดลเบิร์ก เที่ยวเมืองสตราสบูร์ก เที่ยวหมู่บ้านรีคเวียร์ เที่ยวหมู่บ้านอองกีเชม เที่ยวเมืองกอลมาร์ เที่ยวเมืองลินเดา เที่ยวทะเลสาบทิทิเซ่ เที่ยวเขาซุกสปิตเซ่ เที่ยวเมืองการ์มิช พาร์เท่น เคียร์เช่น เที่ยวหมู่บ้านฮัลสตัท เที่ยวกรุงเวียนนา ชมพระราชวังเชินบรุนน์ เที่ยวกรุงบราติสลาว่า ช้อปปิ้งค์ Parndorf Outlet เที่ยวกรุงบูดาเปสต์ ล่องเรือแม่น้ำดานูบ เที่ยว CASTLE HILL บินกลับจาก สนามบินกรุงบูดาเปสต์ – ดูไบ – กรุงเทพ

จุดเด่นของรายการนี้ คือ

  • เข้าชมปราสาทไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle)
  • เที่ยวเมืองสวยแคว้นอัลซาส เมืองกอลมาร์ (Colmar) อองกีเชม (Eguisheim) ริคเวียร์ (Riquewihr) และ สตาร์สบูร์ก (Strasbourg)
  • ชมยอดเขาซุกสปิตเซ่ (ZUGSPITZE) ยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนี
  • เข้าชมพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) ที่วิจิตรตระการตา
  • ล่องเรือผ่านชมรัฐสภาที่สุดแห่งความสวยงามของกรุงบูดาเปสต์ (Budapest)
  • ชิมเมนูที่ต้องไม่พลาด…ขาหมูเยอรมัน, กระดูกหมู Rib of Vienna, ซุปกุลาซ
ดูเพิ่ม

ไฮไลท์

  • บินโดยสายการบินอิมิเรตส์ สายการบินชั้นหนึ่งของโลก จากกรุงเทพ - ดูไบ – แฟรงก์เฟิร์ต
  • เที่ยวเมืองไฮเดลเบิร์ก
  • เที่ยวเมืองสตราสบูร์ก
  • เที่ยวหมู่บ้านรีคเวียร์
  • เที่ยวหมู่บ้านอองกีเชม
  • เที่ยวเมืองกอลมาร์
  • เที่ยวเมืองลินเดา
  • เที่ยวทะเลสาบทิทิเซ่
  • เที่ยวเขาซุกสปิตเซ่
  • เที่ยวเมืองการ์มิช พาร์เท่น เคียร์เช่น
  • เที่ยวหมู่บ้านฮัลสตัท
  • เที่ยวกรุงเวียนนา
  • ชมพระราชวังเชินบรุนน์
  • เที่ยวกรุงบราติสลาว่า
  • ช้อปปิ้งค์ Parndorf Outlet
  • เที่ยวกรุงบูดาเปสต์
  • ล่องเรือแม่น้ำดานูบ
  • เที่ยว CASTLE HILL
  • บินกลับจาก สนามบินกรุงบูดาเปสต์ - ดูไบ - กรุงเทพ

โปรแกรมเดินทาง

ขยายทั้งหมด
วันที่ 1 กรุงเทพ

18.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 8 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
21.25 น. ออกเดินทางสู่ดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK 373

วันที่ 2 ดูไบ – แฟรงก์เฟิร์ต – ไฮเดลเบิร์ก – สตราสบูร์ก

00.50 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบรอเปลี่ยนเครื่อง
03.45 น. ออกเดินทางต่อสู่แฟรงค์เฟิร์ต โดยเที่ยวบินที่ EK 43
08.50 น. ถึงสนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 6 ชั๋วโมงในวันที่ 29 ตุลาคม 2562) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt) ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและพาณิชย์ที่สำคัญของเยอรมนี รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการธนาคารการเงินและการค้าหุ้นที่สำคัญของประเทศ ผ่านชมสถานีรถไฟแฟรงค์เฟิร์ต ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานีรถไฟต้นแบบของหัวลำโพงประเทศไทย ครั้งเมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปของรัชกาลที่ 5 นำเที่ยวชมจัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg) ซึ่งเป็นจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ด้านข้างก็คือ THE ROMER หรือ Frankfurt City Hall หรือศาลาว่าการเมือง ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจัตุรัสโรเมอร์ นำท่านออกเดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) เป็นเมืองที่สุดแสนโรแมนติก ตั้งอยู่บริเวณฝั่งแม่น้ำเน็กคาร์ (Neckar River) อดีตเมืองศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญของเยอรมัน เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเยอรมัน ด้วยความสวยงามของเมืองนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวนับล้านคนในแต่ละปีต้องมาเยือนเมืองแห่งนี้ แล้วนำท่านผ่านชมย่านการค้าและแหล่งรวมของนักศึกษานานาชาติ

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
บ่าย จากนั้นนำเข้าชมปราสาทไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle) ที่สร้างขึ้นอยู่บนเชิงเขาเหนือแม่น้ำเน็กคาร์ ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองได้โดยรอบ โดยตัวปราสาทสร้างด้วยหินทรายสีแดงซึ่งมีอายุกว่า 900 ปี ชมประตูคืนเดียว (Elisabeth’s Gate) ที่สร้างขึ้นโดยคำสั่งของพระเจ้าเฟเดอริก ที่สร้างเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดแด่ พระมเหสี อลิซาเบธ ซึ่งสร้างเสร็จภายในคืนเดียว จากนั้นชมถังไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีความจุถึง 220,000 ลิตร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองสตราสบูร์ก (Strasbourg) ประเทศฝรั่งเศส เมืองหลวงแห่งแคว้นอัลซาส (Alszce) ที่มี 2 วัฒนธรรม คือฝรั่งเศสและเยอรมนี เนื่องจากผลัดกันอยู่ภายใต้การปกครองของ 2 ประเทศนี้สลับกันไปมา สตราสบูร์ก เป็นเมืองใหญ่มีสถาปัตยกรรมสมัยโบราณเป็นร่องรอยประวัติศาสตร์ให้ชาวเมืองปัจจุบันได้ชื่นชม

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE STRASBOURG AEROPORT หรือเทียบเท่า

วันที่ 3 สตราสบูร์ก – รีคเวียร์ - อองกีเชม – กอลมาร์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านชมย่านริมน้ำฝรั่งเศสน้อย หรือ La Petite France หรือ Little France เป็นย่านเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ที่เกาะใหญ่ กร็องดีล (Grande Île ) บนถนน rue des Moulins พื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำอิล (River III) ทั้งสี่ด้าน นับว่าเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของเมืองสตราซ์บูร์ที่มีชื่อเสียงอย่างมาก เป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่สุดของเมืองนี้ ชมความงดงามของสถาปัตยกรรมบ้านเรือนริมน้ำต่างๆ อีกทั้งยังได้รับการลงทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ด้วยเดินทางต่อสู่เมืองริควีร์ (Riquewihr) เมืองในเส้นทางสายไวน์แห่งแคว้นอัลซาคที่มีชื่อเสียงในฝรั่งเศส นั่งรถผ่านชมบริเวณไร่องุ่นที่ปลูกกันตามแนวไหล่เขาที่ลดหลั่นไปมา ก่อนนำท่านเข้าไปเดินเล่นในตัวเมืองเก่าที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด แต่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสวยงาม บรรยากาศภายในหมู่บ้านจะคล้ายกับเดินเข้าไปเหมือนหลงอยู่ในเมืองแห่งเทพนิยาย เนื่องจากบ้านเกือบทุกหลังจะตกแต่ง และประดับประดาด้วยดอกไม้ ตุ๊กตาหรือของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่น่ารักๆเต็มไปหมด

กลางวัน อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย จากนั้นจากนั้นเดินทางต่อสู่หมู่บ้านอองกีเชม (Eguisheim) ประเทศฝรั่งเศส หมู่บ้านที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “อีกหนึ่งหมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส” อีกทั้งยังเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของแคว้นอัลซาสอีกด้วย ท่านจะได้ชมชมความงดงามไปตามถนนก้อนกรวดอันคดเคี้ยวของหมู่บ้าน ตื่นตาไปกับความงดงามของเหล่าอาคาร บ้านเรือนที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นยุคกลางไว้เป็นอย่างดี ชมความเก่าแก่ของอาคารไม้โบราณที่แต่งแต้มด้วยสีสันสีสดใส ชมลานน้ำพุที่สร้างในแบบเรเนสซอง จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองกอลมาร์ (Colmar) ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของไวน์แห่งแคว้นอาลซัส (Capitale des Vins d'Alsace) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการอนุรักษ์เมืองให้คงบรรยากาศของเมืองโบราณ โดยเฉพาะในตัวเมืองเก่าที่เรียงรายไปด้วยเรือนไม้เก่าแก่ ร้านค้าสวยงาม โบสถ์ พิพิธภัณฑ์ คริสต์ศาสนสถาน และร้านค้าและที่อยู่ อาศัยที่คงสภาพเหมือนเมืองในยุคกลางได้อย่างดีสุดแห่งหนึ่งในประเทศ เมืองนี้มีคลองตัดไปมา จนได้รับสมญานามว่า “Little Venice” นำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารเซ็นต์มาร์ติน โบสถ์คาทอลิกเก่าแก่ขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นจากหินสีชมพูทั้งหลัง สร้างขึ้นในราวปี ค.ศ. 1234-1365 ถือเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดของเมืองกอลมาร์ สร้างด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่สวยงามโอ่อ่า

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพิ้นเมือง
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก COLMAR หรือเทียบเท่า

วันที่ 4 กอลมาร์ - ลินเดา - ทิทิเซ่ – เขาซุกสปิตเซ่ - พาร์เท่น เคียร์เช่น

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองทิทิเซ่ เมืองริมทะเลสาปที่ตั้งอยู่ในเขตป่าดำ (Black Forest) ให้ท่านได้อิสระชมความงามของบ้านเรือน ชมทัศนียภาพของทะเลสาบที่มีฉากหลังเป็นป่าสนอยู่บนภูเขา ที่เรียกว่า แบล็กฟอเรสต์ สถานที่อันเป็นต้นกำเนิดนาฬิกากุ๊กกู ให้ท่านได้มีโอกาสชิมเค้กแบล็กฟอเรสอันขึ้นชื่อ ณ เมืองต้นตำรับตามอัธยาศัย และเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าที่ระลึก จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองลินเดา (Lindau) เมืองเก่าสไตล์บาวาเรียน เมืองที่มีลักษณะเป็นเกาะ โดยมี ทะเลสาบคอนสแตนซ์โอบล้อมเอาไว้ อีกทั้งฉากหลังของเมืองมีเทือกเขาแอลป์ ท าให้มีทัศนียภาพอัน งดงาม เป็นอีกหนึ่งเมืองที่สวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของเยอรมนี เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของสถานที่ ท่องเที่ยว ผู้คนที่มีสีสนและมีชีวิตชีวา เดินทางถึง เมืองลินเดา น าท่าน ชมเมืองลินเดาน์เดินเล่นตาม ถนนแมกซิมิเลียน ชมบ้านเรือนที่งดงามมากมาย ถ่ายภาพกับศาลาว่าการเมืองเก่า Alte Rathaus (Old Town Hall) ที่สร้างเสร็จในปีค.ศ. 1436 ที่เป็นตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรมในแถบหุบเขาไรน์ ของเทือกเขาแอลป์ (Alpine Rhine Valley) ที่ผสมผสานกันระหว่างศิลปะสไตล์กอธิค และเรอเนสซองส์ ที่งดงาม ได้เวลาอันสมควร

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย นำเดินทางโดยรถโค้ชสู่ สู่เมืองการ์มิช พาร์เท่น เคียร์เช่น (Garmisch Partenkirchen) จากนั้นนำท่านสู่ สถานีรถไฟซุกสปิตเซ่ เพื่อโดยสารรถไฟไต่เขาเดินทางขึ้นสู่ ยอดเขาซุกสปิตเซ่ ภูเขาที่สูงที่สุดในเยอรมัน ให้ท่านชื่นชมทัศนียภาพที่สวยงามตลอด2ข้างทาง จนถึงลานหิมะบนความสูงระดับ 2,000เมตร นำท่านเปลี่ยนเป็นกระเช้าเคเบิลคาร์เพื่อไต่ระดับความสูงสู่ระดับความสูง 3,000 เมตร ให้เวลาท่านเดินเล่นถ่ายรูปและชื่นชมความสวยงามของเทือกเขาแอลป์ และบนยอดเขาซุกสปิตเซ่ นั้นเป็นอีกหนึ่งพรมแดนทางธรรมชาติของเยอรมันและออสเตรีย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก ALPINA หรือเทียบเท่า

วันที่ 5 การ์มิช พาร์เท่น เคียร์เช่น – ฮัลสตัท – เวียนนา

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
ออกเดินทางสู่ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย อายุกว่า 4,500 ปี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจีสวย งามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรีย และเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO Cultural-Historical Heritage เพียงเดินเที่ยวชมเมืองเสมือนหนึ่งท่านอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

บ่าย นำเดินทางโดยรถโค้ชสู่ กรุงเวียนนา (Vienna) เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย ผ่านชมเส้นทางธรรมชาติของทิวเขาสูง และพื้นที่อันเขียวชอุ่มของป่าไม้แห่งออสเตรีย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก BEST WESTERN SMART หรือเทียบเท่า

วันที่ 6 เวียนนา – พระราชวังเชินบรุนน์ – Parndorf Outlet – บราติสลาว่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำเข้าชมความงดงามของ พระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) แห่งราชวงศ์ฮับสบวร์ก ซึ่งมีประวัติการสร้างมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และต่อมาพระนางมาเรีย เทเรซ่า ให้สร้างขึ้นใหม่อย่างสง่างามด้วยจำนวนห้องถึง 1,441 ห้องในระหว่างปีค.ศ.1744 - 1749 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ชมความโอ่อ่าของท้องพระโรง และพลับพลาที่ประทับ ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงสวยงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส จากนั้นเชิญช้อปปิ้งสินค้าเครื่องแก้วสวาร็อฟสกี้ หรือสินค้านานาชนิด อาทิเช่น Louis Vitton, Gucci, ร้านนาฬิกา Bucherer, สินค้าเสื้อแฟชั่นทันสมัย เช่น Zara, H&M ฯลฯ และสินค้าของฝากเช่น ช๊อคโกแลตโมสาร์ท ในย่าน ถนนคาร์นท์เนอร์ (Karntnerstrabe) ใจกลางกรุงเวียนนา ชมถนนสายวงแหวน (Ringstrasse) ที่แวดล้อมไปด้วยอาคารอันงดงามสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ผ่านชมโรงละครโอเปร่า ที่สร้างขึ้นในระหว่างปีค.ศ.1863-1869 แต่ตัวอาคารได้ถูกทำลายไปในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และเปิดใหม่อีกครั้งในปีค.ศ.1955, ผ่านพระราชวังฮอฟเบิร์ก (Hofburg Palace) ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารที่เคยเป็นที่ประทับของราชสำนักฮัปสบูร์ก มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 จนถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 จากนั้นนำชมบริเวณรอบนอกโบสถ์สเตเฟ่นส์ (St. Stephen’s Cathedral) สัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา ซึ่งพระเจ้าคาร์ลที่ 6 โปรดให้สร้างขึ้นในปีค.ศ.1713 เพื่อเป็นการแก้บนต่อความทุกข์ยากของประชาชน

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (กระดูกหมู Rib of Vienna)

นำท่านเดินทางสู่ McArthurGlen Designer Outlet in Parndorf ให้เวลาท่านได้อิสระช้อปปิ้ง McArthurGlen Designer Outlet in Parndorf สินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ เช่น GUCCI, BALLY, HUGO BOSS, BENETTON, BURBERRY, CALVIN KLEIN, CROCS, GEOX, GUESS, LACOSTE, NIKE, OAKLEY, DIESEL และอื่นๆอีกมากมาย
*** เนื่องจาก OUTLET จะปิดทำการในวันอาทิตย์ ถ้าหากคณะใดตรงกับวันอาทิตย์ในวันนั้น ทางบริษัทขอสลับโปรแกรมไปเที่ยวเดินเล่นในย่านเมืองเก่ากรุงบราติสลาว่าแทน พร้อมทั้งมีบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตราคารจีน ***

ค่ำ อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย

เดินทางเข้าสู่ที่พัก BRATISLAVA หรือเทียบเท่า

วันที่ 7 บราติสลาว่า – บูดาเปสต์ – ล่องเรือแม่น้ำดานูบ - Vaci Street

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชผ่านย่านเกษตรกรรมข้ามพรมแดนสู่ กรุงบูดาเปสต์ (Budapest) เมืองหลวงของ ประเทศฮังการี (Hungary) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ทันสมัยและสวยงามด้วยศิลปวัฒนธรรมของชนหลายเชื้อชาติที่มีอารยธรรม รุ่งเรืองมานานกว่าพันปี ถึงกับได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ” ชมเมืองที่ได้ชื่อว่างดงามติดอันดับโลกด้วยทัศนียภาพบนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ ชมจัตุรัสวีรบุรุษ (Heroes’ Square) บนฝั่งเปสต์ ที่ตั้งของ Millenary Monument อนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นฉลอง 1,000 ปี แห่งชัยชนะของชาวแมกยาร์

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

บ่าย นำท่านสู่ถนนช้อปปิ้ง วาซี่ อุตซ่า Vaci Street (Vaci út) ถนนความยาว กว่า 1 กิโลเมตร จุดนัดพบของนักช้อปและเป็นที่ตั้งของโรงแรมไฮโซ รวมร้านค้าแบรนเนมหลากหลายยี่ห้อ ร้านขายของที่ระลึก คาเฟ่ บาร์ให้นั่งกินลมชมวิว หรือ ให้ท่านได้เดินตลาดสด Central Market Hall (Nagy Vasarcsarnok) โดยเป็นตลาดในร่มที่ตัวอาคารสร้างโดยศิลปะแบบ นีโอโกธิค ถือเป็นตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดในช่วงยุคต้นคริสศตวรรษที่19 และเก่าแก่ที่สุดในบูดาเปสต์ แหล่งรวมวัตถุดิบท้องถิ่นของชาวฮังการี เช่น พริกปาปริก้า ตับห่าน ถือเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศฮังการี อิสระให้ท่านได้เดินเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย นำท่านล่องเรือแม่น้ำดานูบอันเลืองชื่อ ชมความงามของทิวทัศน์และอารยธรรมฮังการีในช่วง 600-800 ปีมาแล้วที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ 2 ฟากฝั่ง ชมความตระการตาของอาคารต่างๆ อาทิ อาคารรัฐสภา ซึ่งงดงามเป็นที่ร่ำลือ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค บนตัวอาคารประกอบด้วยยอดสูงถึง 365 ยอด นอกจากนี้ท่านจะได้ชม สะพานเชน สะพานถาวรแห่งแรกที่สร้างข้ามแม่น้ำดานูบ โดยนาย WILLIAM TIERNEY CLARK วิศวกรชาวอังกฤษ เหล็กทุกชิ้นที่ใช้ในการสร้างได้ถูกนำมาจากประเทศอังกฤษเช่นกัน (การล่องเรือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ โดยเฉพาะในช่วงฤดุหนาว น้ำในแม่น้ำอาจกลายเป็นน้ำแข็ง จนไม่สามารถล่องเรือได้ ทางบริษัทขอคืนเงินจำนวน 10 ยูโรต่อท่าน)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก ABACUS BUSINESS & WELLNESS หรือเทียบเท่า

วันที่ 8 บูดาเปสต์ – CASTLE HILL – สนามบิน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านชมบริเวณ CASTLE HILL ซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณอันทรงคุณค่า ถ่ายรูปด้านนอกของอาคารพระราชวังโบราณ แล้วชมบริเวณรอบนอกโบสถ์แมทเธียส (Matthias Church) ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดพิธีสวมมงกุฎให้กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์ ชื่อโบสถ์มาจากชื่อกษัตริย์แมทเธียส ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถมาก และยังเป็นกษัตริย์ผู้ทรงสร้างสิ่งก่อสร้างที่งดงามในเมืองหลวงต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งสร้างในสไตล์นีโอ-โกธิก หลังคาสลับสีสวยงามอันเป็นจุดเด่นที่สุดในศตวรรษที่ 15 ถัดจากโบสถ์เป็นอนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่นที่ 1 พระบรมรูปทรงม้า ผลงานประติมากรรมที่งดงามของศตวรรษที่ 11 อยู่หน้า ป้อมชาวประมง (Fisherman’s Bastion) จุดชมวิวเหนือเมืองบูดาที่ท่านสามารถชมความงามของแม่น้ำดานูบได้อย่างดีป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.1905 โดยกลุ่มชาวประมงฮังกาเรียน

12.00 น. นำคณะเดินทางสู่ สนามบินเฟเรนซ์ ลิซท์ เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

16.00 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ EK 112
***คณะเดินทางวันที่ 22-30 ต.ค. 62 ออกเดินทาง เวลา 14.50 น. และถึงดูไบ เวลา 23.05 น.***

วันที่ 9 ดูไบ – กรุงเทพฯ

23.20 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง
ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 376
***คณะเดินทางวันที่ 22-30 ต.ค. 62 ออกเดินทาง เวลา 03.30 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 12.35 น.***

13.15 น. คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

รวม/ไม่รวม

  • 1 ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด ( Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
  • 2. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
  • 3. ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
  • 4. ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า (3 ดาว – 4 ดาว)
  • 5. ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  • 6. ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
  • 7. ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล (หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่)ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)** ลูกค้าท่านใดสนใจ...ซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมกับทางบริษัทได้ ** เบี้ยประกันเริ่มต้น 341 บาท [ระยะเวลา 4-6 วัน]เบี้ยประกันเริ่มต้น 395 บาท [ระยะเวลา 7-10 วัน] **ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 85 ปี ** [รักษาพยาบาล 2 ล้าน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]
  • 8. ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง (ไม่รวมทิปมัคคุเทศก์)
  • 9. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3 %
  • 1. ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
  • 2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 30 ก.ก.และมากกว่า 2 ชิ้น, ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น
  • 3. ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
  • 4. ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
  • 5. ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศฝรั่งเศส (ผู้ยื่นวีซ่าต้องชำระเงินตรงกับศูนย์ยื่นวีซ่าในวันยื่นจำนวนเงินโดยประมาณ 3,500 บาท)
  • 6. ค่าทิปพนักงานขับรถ และไกด์ท้องถิ่น (16 ยูโร)
  • 7. ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย (27 ยูโร)

โลเกชั่นทัวร์

Created with Sketch. Alsace, France

รีวิว

0/5
Not Rated
อ้างอิงตาม 0 รีวิว
เยี่ยมยอด
0
ดีมาก
0
ระดับปานกลาง
0
แย่
0
แย่มาก
0
กำลังแสดง 1 - 0 ของ 0 ในทั้งหมด

เขียนรีวิว

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Created with Sketch.
เริ่มต้น ฿49,900.00

บริหารจัดการโดย

TTB Admin

เป็นสมาชิกตั้งแต่ 2018

233 รีวิว

คุณอาจสนใจ

Get Updates & More

Thoughtful thoughts to your inbox